วัน เสาร์ ที่ 11 ก.พ. 2555
เจ้ากรมข่าวลือ
email : silverbullet25@gmail.com
วันที่สร้าง : 11-02-2012 00:30
จำนวนเรื่อง : 1
หน่วยรบพิเศษของ... ( เจ้ากรมข่าวลือ )
หน่วยรบพิเศษของ... ( เจ้ากรมข่าวลือ )
หน่วยรบพิเศษของ... ( เจ้ากรมข่าวลือ )
ครั้งหนึ่งในควา... ( เจ้ากรมข่าวลือ )
แฉ Thompson M1A... ( เจ้ากรมข่าวลือ )
ปืนจีนยุคเริ่มแ... ( เจ้ากรมข่าวลือ )
อยากได้ Draguno... ( เจ้ากรมข่าวลือ )
การฝึกร่วมสนามฝ... ( เจ้ากรมข่าวลือ )
BB GUN ยอดฮิตใน... ( เจ้ากรมข่าวลือ )
ปืนของเล่นจากปื... ( เจ้ากรมข่าวลือ )

 

 
   
เจ้ากรมข่าวลือ
 
วัน เสาร์ ที่ 11 ก.พ. 2555
ครั้งหนึ่งในความทรงจำ "แม้สูงเสียดฟ้า ข้าก็จะยึด!!"
Posted by เจ้ากรมข่าวลือ , ผู้อ่าน : 266 , 11-02-2555 00:30

>>> เรื่องโดย : SPETSNAZ



    ปัจจุบันมีกีฬาเซอร์ไวเวอร์เกมอย่าง MilSim จัดบ่อยขึ้น ผู้เล่นมากบ้างน้อยบ้างก็ตามแต่โอกาส สถานที่ และกลุ่มผู้จัดงาน ทำให้นึกถึง AVC GAME NAKORNNAYOK ที่จัดขึ้น ณ โรงเรียนเตรียมทหารฯ นครนายก เมื่อห้าปีก่อน (วันที่ 7 ตุลาคม 2550) แต่กลับรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านมาไม่นาน จึงนำเรื่องและเก็บภาพเก่าๆ มาให้ดูกัน อาจชวนให้บางคนได้รำลึกถึงห้าปีที่ผ่านมานี้ MilSim บ้านเราดำเนินไปอย่างไร 



    ...เป็นวันที่รอคอยได้มาถึง หลังจากทีมงานของเราได้ไปทดลองและสาธิตกีฬาเซอร์ไวเวอร์เกมหรือ BB GUN ที่โรงเรียนเตรียมทหารฯ ตามโครงการจัดตั้งชมรมและสนามกีฬาเซอร์ไวเวอร์เกม เพื่อใช้เป็นสถานที่ให้นักเรียนฯ และบุคคลทั่วไปได้ใช้เป็นสนามกีฬาและสถานที่พักผ่อนกับงานอดิเรกในช่วงวันหยุด  

    เมื่อทีมงานได้เข้าไปเป็นที่ปรึกษาและทดลองเล่นกันอยู่พักใหญ่ในครั้งนั้น ทางโรงเรียนเตรียมทหารฯ ก็ได้ให้กำเนิดสนามกีฬาเซอร์ไวเวอร์เกมขึ้น แม้จะยังไม่เต็ม 100% ดีนัก เพราะยังขาดเรือนผู้ชมและตัวเรือนสำนักงาน แต่ตัวสนามที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว นับว่าเป็นที่แปลกใหม่สำหรับผู้เล่นบีบีกันในบ้านเราเป็นอย่างมาก

    กล่าวคือ ตัวสนามอยู่บนเนินตีนเขาที่เต็มไปด้วยป่ารกชัฏเหนือขึ้นไปสลับกับที่ราบโล่ง ประกอบกับโขดหินที่เรียงรายกันอยู่ทั่วสนาม ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณสองไร่กว่า ๆ ทำให้มันเป็นสนามที่เต็มไปด้วยรสชาติความมันส์ของการรวมสภาพพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างลงตัวและกลมกลืน คล้ายๆ กับหมู่บ้านของพวกค้ายาเสพติดหรือผู้ก่อการร้ายที่ต้องซ่อนตัวอยู่บนเขา ทำให้ผู้เล่นที่ได้มาเล่นยังที่แห่งนี้สัมผัสได้ถึงการรบที่สมจริง

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่แปลกออกไปจากสนามที่เราๆ ท่านๆ เคยลงเล่นก็คือ ความรู้สึกของ "ทหารภูเขา" เพราะการที่เป็นตีนเขา ต้องปีนโขดหินต่ำๆ บ้างในบางครั้งขณะทำการรุกคืบนี่เอง เป็นสิ่งที่ผู้เล่นบีบีกันทั้งหลายที่ได้มาลองเล่นในสนามแห่งนี้จะรู้สึกได้ถึงความแปลกใหม่อย่างที่จะหาจากสนามในตัวเมืองไม่ได้เลย

    ไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของงานนี้ก็คือ "เรือหลวงท่าจีน" ที่เป็นเรือฟรีเกตปราบเรือดำน้ำ ซึ่งพอปลดประจำการแล้ว ทางกองทัพเรือก็ได้มอบให้โรงเรียนเตรียมทหารได้ใช้ตั้งแสดงให้นักเรียนและประชาชนที่สนใจได้ชมกัน

    แต่ออนทัวร์ครั้งนี้ เราได้ใช้เรือลำนี้เป็นสมรภูมิจำลองการเข้ายึดเรือจากผู้ก่อการร้าย ซึ่งเป็นรูปแบบของการเล่นบีบีกันที่แปลกใหม่ ไม่เคยมีใครได้สัมผัสเกมสนุกๆ อย่างนี้มาก่อนในวงการบีบี ทั้งของบ้านเราและในโลกใบนี้เลยทีเดียว

    เช้าวันที่ 7 ตุลาคม เหล่าผู้มีจิตรักกีฬาบีบีกันที่เดินทางด้วยรถส่วนตัวก็ได้เริ่มทยอยมาถึงโรงเรียนเตรียมทหารฯ จ.นครนายก ซึ่งเป็นสถานที่จัดกิจกรรม AVC GAME ในครั้งนี้

    จากนั้นไม่นานนัก รถบัสซึ่งออกจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ก็มาถึงตามกำหนดการ

    หลังจากได้ลงทะเบียนนักกีฬารับของชำร่วยและอาหารเช้ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเราก็นำสัมภาระที่ติดตัวมาไปจัดเก็บที่โรงพละของกองพลศึกษาในโรงเรียน แล้วจึงเริ่มแต่งตัวกันจนเต็มยศ

    เมื่อแต่งหล่อกันด้วยชุดเก่งของแต่ละคนกันแล้ว ทีมงานผู้จัดกิจกรรมจึงเรียกนักรบบีบีทั้งหลายมารวมตัวกันเพื่อขึ้นรถไฟไปทำพิธีสักการะพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 และทำพิธีเปิดงานโดยมีพลตรีพรพิพัฒน์ เบญศรี ผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหารฯ เป็นประธานในพิธี เมื่อเสร็จพิธีก็ได้มีการรวมตัวกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึกตามจุดต่างๆ ของลานกว้างหน้าพระบรมรูปฯ
    
    โชคดีที่วันนี้อากาศแจ่มใสครับ หลังจากที่ทำเอาทีมผู้จัดต้องใจตุ้มๆ ต่อมๆ คอยลุ้นกันอยู่หลายวัน เพราะก่อนหน้านี้มีฝนตกแทบทุกวัน พอถึงวันงานจริงอากาศสดชื่นแจ่มใสขนาดนี้ทีมงานก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก เพราะพวกเราจะได้สนุกกันสมใจอยากแน่นอน
    อย่างไรก็ตาม สำหรับพวกเราที่แต่งองค์ทรงเครื่องกันเต็มยศขนาดนี้ ก็ถือว่าอากาศร้อนมากจริงๆ ครับ (จนผมชักหวิวๆ ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มเล่นด้วยซ้ำ)
    กิจกรรมตอนเช้าเริ่มบนเรือหลวงท่าจีน ซึ่งก่อนจะพูดถึงเกมการเล่น เรามาศึกษาประวัติคร่าว ๆ ของ รล.ท่าจีนกันก่อนดีกว่าครับ

*ประวัติเรือหลวงท่าจีน
    เรือหลวงท่าจีนนั้นจัดเป็นเรือฟรีเกตปราบเรือดำน้ำยุคแรกๆ ก่อนหน้านี้ประเภทของเรือแบบนี้ถูกเรียกว่า เรือสลุป ก็คือเป็นเรืออเนกประสงค์ที่มีความสามารถทั้งต่อต้านเรือรบด้วยกันและเรือดำน้ำ อีกทั้งยังมีขนาดเล็ก ความคล่องตัวสูง จึงตอบสนองความต้องการในภารกิจตรวจการณ์ไกลฝั่งได้อีกด้วย ดูเผิน ๆ จะคล้ายเรือพิฆาตปราบเรือดำน้ำ แต่เรือพิฆาตนั้นจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย และมีความสามารถเดียวคือการทำลายเรือที่มีขนาดเล็กกว่าตน


เรือสลุปของอเมริกาชั้นเดียวกับเรือหลวงท่าจีน

    สำหรับเรือลำนี้เป็นเรือหลวงท่าจีนลำที่สอง ส่วน รล.ท่าจีนลำแรกนั้นเป็นเรือที่ต่อจากประเทศญี่ปุ่น และเป็นเรือแฝดกับ รล.แม่กลอง (ที่ตั้งแสดงอยู่ที่ป้อมพระจุลฯ)

    รล.ท่าจีนลำแรกนี้ ครั้งสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพาเคยถูกทิ้งระเบิดใส่ที่กราบเรือทำให้ต้องปลดระวางเรือลงหลังจากสิ้นสุดสงคราม และเมื่อไทยเข้าร่วมรบกับสหประชาชาติที่เกาหลี เรือหลวงประแส ที่ส่งไปร่วมรบด้วยนั้นได้ชนเข้ากับทุ่นระเบิด และถูกลากไปเกยตื้นที่ฝั่ง ทางสหรัฐอเมริกาจึงมอบเรือฟรีเกตลำใหม่ให้กับกองทัพเรือจำนวน 2 ลำแทน คือ เรือหลวงประแส และเรือหลวงท่าจีนที่สูญเสียไปตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้เรือหลวงท่าจีนในปัจจุบันนี้เป็นเรือของอเมริกัน




รล.ท่าจีนลำที่ 1 และรล.แม่กลอง ที่อู่รางะ ประเทศญี่ปุ่น


รล.แม่กลองเป็นเรือญี่ปุ่นลำเดียวที่เหลืออยู่ ปัจจุบันถูกตั้งแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์บนบกที่ป้อมพระจุลฯ ภายหลังจากปลดระวางแล้วเช่นเดียวกับรล.ท่าจีนที่โรงเรียนเตรียมทหารฯ



รล.ประแสขณะเกยตื้นที่เกาหลี

    เรือสลุปในระดับเดียวกันของยุคนั้นเดิมกองทัพเรือไทยมีด้วยกัน 4 ลำ คือ รล.แม่กลอง รล.ท่าจีน รล.ประแส และรล.ปิ่นเกล้า ซึ่งปลดระวางไปหมดแล้ว 3 ลำ เหลือแต่ รล.ปิ่นเกล้าเท่านั้นที่ยังคงประจำการอยู่ในฐานะเรือฝึก

    หลังจาก รล.ท่าจีนได้ปลดระวางลง ทางกองทัพเรือได้มอบเรือไว้ให้โรงเรียนเตรียมทหารฯ ได้นำมาตั้งแสดงไว้ เพื่อให้นักเรียนฯ และประชาชนทั่วไปได้ศึกษาต่อไป

    การนำเรือหลวงฯ มาตั้งแสดงนั้น ได้ตัดมาเฉพาะส่วนดาดฟ้าแยกมาเป็น 3 ส่วน และนำมาประกอบที่โรงเรียนฯ อีกที โดยสร้างตัวเรือขึ้นมาใหม่จากแผ่นเหล็ก

    การนำเรือที่ปลดระวางขึ้นฝั่งมาตั้งแสดงนอกจาก รล.ท่าจีนแล้ว ก็ยังมีเรือหลวงแม่กลอง และเรือหลวงชุมพรอีกสองลำ ที่ยังคงเก็บรักษาไว้ แต่สองลำหลังนั้นเป็นการยกเรือจริงๆ ทั้งลำขึ้นมาเลยไม่มีการสร้างตัวเรือใหม่แต่อย่างใด เพราะสถานที่ที่ตั้งแสดงนั้นอยู่ติดแม่น้ำและชายทะเล (รล.แม่กลองอยู่ที่ป้อมพระจุลฯ และ รล.ชุมพรอยู่ที่จังหวัดชุมพร)

    ทั้งหมดนี้ก็คือประวัติคร่าวๆ ของเรือหลวงท่าจีนและเพื่อนๆ ของท่านครับ


รล.ท่าจีน และรล.ประแสลำที่ 2 เมื่อเดินทางกลับมาถึงสัตหีบ

    มาที่เรื่องกิจกรรมของเรากันต่อ

    เมื่อแบ่งฝ่ายและสรุปภารกิจที่จะเล่นบนเรือแล้วก็เริ่มเล่นกันเลย แบ่งออกเป็นฝ่ายตั้งรับและฝ่ายบุกยึดเรือ โดยฝ่ายตั้งรับมีประมาณ 10 กว่าคน ส่วนฝ่ายบุกมีประมาณ 40 กว่า

    ทันทีที่ฝ่ายรับวางตัวและนัดแนะกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฝ่ายบุกก็เริ่มภารกิจ โดยมีภารกิจง่ายๆ คือ ยึดสะพานเดินเรือให้ได้ และแน่นอนว่าฝ่ายรับก็จะต้องรักษาสะพานให้ถึงที่สุด

    ตัวผมเองก็เล่นอยู่ในฝ่ายรับด้วย โดยวางตัวอยู่บริเวณแท่นสังเกตการณ์กราบขวาที่อยู่หลังสะพานเดินเรือ

    พอเริ่มเห็นผู้บุกรุกเข้ามาผมก็ส่งกระสุนทักทายด้วยเจ้าสกอร์เปี้ยนไฟฟ้า ซึ่งเป็นปืนส่วนกลางของกองบก.ไปสามนัด *แน่นอนว่าเป็นโหมดเซมิตามข้อตกลงของการเล่นบนเรือในครั้งนี้

    เสียงแสดงสปิริตนักกีฬาก็ดังขึ้นว่า "โดน" แล้วก็เดินลงไป หลังจากนั้นก็มีคนตรวจพบตำแหน่งผม และเริ่มยิงใส่จนผมต้องหลบเข้าที่กำบัง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่มีคนวิ่งมา "ยูเดด" เพื่อนร่วมทีมรับที่อยู่บนเรือเล็กหลังจากที่ผมวิ่งหลบกระสุนได้ไม่นาน ซึ่งจริง ๆ แล้วผมต้องเป็นคนคุ้มกันให้เขา (ต้องขอโทษด้วยนะครับ)

    แลกกระสุนกันไปมาอยู่พักใหญ่ ผมจึงเปลี่ยนมาใช้วิธีโผล่ล่อ คือ ไม่โผล่ซ้ำกันจุดเดียว โผล่ไปยิงด้านบนบ้าง ซ้ายบ้าง ขวาบ้าง เป็นจุดๆ ไป ทำให้เก็บได้อีก 2 คนก่อนที่ขาจะหมดแรงทำให้การหลบช้าลง "โป๊ะ!" ลูก BB หนึ่งนัดก็พุ่งเข้าแฉลบหมวกผมไป

    ผมจึงต้องออกจากเกม
    ไม่เป็นไร
    รอครับ เล่นเกมที่สองก็ได้

    และไม่นานฝ่ายบุกก็ยึดสะพานเดินเรือได้สำเร็จ

    เกมแรกยุติลง ก่อนจะต่อด้วยเกมที่สองหลังจากนั้นไม่นาน
    
    คราวนี้ยุทธวิธีการบุกของฝ่ายรุกดีขึ้น ทำให้ฝ่ายรับต้องปรับกลยุทธ์กันยกใหญ่ คือ การกระจายกำลังกันต่อต้าน และวิ่งล่อตามห้องต่างๆ ของเรือ แต่ฝ่ายรุกก็ไม่หลงกล ทุ่มเททรัพยากรในการบุกขึ้นยึดสะพานเท่านั้น ทำให้เกมนี้ฝ่ายตั้งรับต้องพ่ายแพ้ไปอย่างง่ายดาย

    ในขณะที่ฝั่งเรือรบกำลังยิงกันอย่างดุเดือดอยู่นั้น ทางด้านของสนามป่าก็กำลังยิงกันอย่างเมามันเช่นกัน เพราะบนเรืออนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะปืนสั้นเท่านั้น เพื่อน ๆ ที่ไม่มีปืนสั้นก็เลยมาเล่นกันที่สนามป่า โดยจะมีรถไฟคอยวิ่งรับส่งตลอดทั้งงาน

    ส่วนคนที่ยังไม่ต้องการเล่นก็สามารถไปโดดหอได้ด้วย โดยทางโรงเรียนฯได้เตรียมหอโดดและเจ้าหน้าที่ไว้บริการอยู่แล้ว (โดดเสร็จแล้วได้ปีกด้วยนะ)

    พอตะวันเลื่อนมากลางศีรษะก็แสดงว่าถึงเวลารับประทานอาหารกลางวันที่โรงเลี้ยงของโรงเรียนฯ

    ถอดเก็บอุปกรณ์กันเสร็จก็นั่งรถไฟไปที่โรงเลี้ยงเพื่อรับประทานข้าวกัน อาหารก็ถือว่าอร่อยมากครับ โดยเฉพาะแกงเขียวหวาน (รู้สึกจะเป็นเมนูบังคับเลยนะนี่ ทุกงานต้องมี)

    หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารกลางวันแล้ว เราก็นั่งรถไฟกลับมาที่โรงพละเพื่อนั่งพักให้อาหารย่อยกันก่อนที่จะเริ่มกิจกรรมในภาคบ่ายต่อไป

    ภาคบ่ายนี้จะเป็นการเล่นในสนามป่า เป็นการจำลองหมู่บ้านยาเสพติดของผู้ก่อการร้ายเชิงเขา

    โดยจะเล่นแบบธรรมดาเกมนึง ก่อนที่จะเป็นบิ๊กเกมต่อไป..

    เกมแรกจะเป็นเกมที่ให้ผู้เล่นศึกษาและสร้างความคุ้นเคยกับสนามก่อน มีการแบ่งข้างเข้าตีกันแบบในสนามปกติทั่วไป

    แต่ก่อนที่ผมจะได้ร่วมแจมในเกมแรกนี้ บก.ใหญ่ก็มีบัญชาให้ผมนั่งรถไปถ่ายรูปเก็บภาพต่างๆ ของสนามบนเรือ และบริเวณลานอเนกประสงค์

    ช่วงนั้นฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาเป็นระยะเวลาสั้นๆ ทำเอาใจหายไปเหมือนกัน แต่พอฝนหยุดอากาศก็สดชื่นดี เก็บภาพกันจนเป็นที่พอใจแล้วก็กลับมาที่สนามป่า เตรียมตัวเล่นในบิ๊กเกมกันต่อไปเลย

    เมื่อเจ้าหน้าที่วางเอฟเฟ็กต์ทำงานเสร็จ ฝ่ายรุกทั้ง 100 นายก็เตรียมพร้อมที่จะบุกขึ้นไปยึดที่มั่นและอาวุธร้ายแรงที่ฝ่ายรับ 20 คนไปตั้งรับ และนำกล่องอาวุธนี้ไปวางซ่อนไว้ในป่าบนเขาด้านหลัง
    ก่อนหน้านี้แล้ว ทุกคนวางกำลังกระจายกันออกไปบริเวณด้านขวาของสนามเพื่อรอให้ระเบิดทำงาน แล้วจึงเข้าที่มั่นต่อไป โดยมีสถานการณ์จำลองซึ่งผมขอบรรยายแบบสงครามจริง ๆ เลยนะครับเพื่อความเร้าใจ

*ปฏิบัติการ "แม้สูงเสียดฟ้า ข้าก็จะยึด"

    กลุ่มผู้ก่อการร้ายได้มาตั้งฐานที่มั่น เพื่อสร้างโรงงานผลิตยาเสพติดสำหรับส่งออกไปขายในประเทศเพื่อนบ้าน บนเกาะแห่งหนึ่งของประเทศที่สงบสุข ซึ่งตั้งอยู่กลางทะเลใต้

    จากข่าวกรองทั้งสายลับในพื้นที่และดาวเทียมจารกรรมกำลังขยายภาพสูง พบว่า ผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ได้นำอาวุธร้ายแรงอันได้แก่ หัวรบนิวเคลียร์ 1 ลูก และอาวุธชีวะภาพอีก 1 ลูก มาซุกซ่อนไว้ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อเตรียมก่อการร้ายครั้งรุนแรงที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จัก และเพื่อเป็นอำนาจต่อรองกับประเทศมหาอำนาจต่อไป
    พื้นที่ที่ผู้ก่อการร้ายตั้งอยู่นี้ เป็นพื้นที่ของประเทศที่เป็นกลางไม่ขึ้นกับฝ่ายใด การนำกำลังทหารขนาดใหญ่เข้าไปไม่สามารถทำได้ จึงจัดให้มีการรวมตัวของกองกำลังปฏิบัติการพิเศษขึ้นมาจากหลายๆ หน่วยทั่วโลก รวมทั้งทหารรับจ้างอิสระอีกจำนวนมาก เพื่อเข้าตียึดพื้นที่และยึดอาวุธร้ายแรงเหล่านั้น

    โดยจะมีการยิงสนับสนุนจากปืนใหญ่วิถีโค้ง และอาวุธหนักจากเรือรบของประเทศเจ้าของพื้นที่

    ทว่าฝ่ายผู้ก่อการร้ายก็มีการจ้างอดีตหน่วยรบพิเศษฝีมือดีที่ชำนาญพื้นที่มาคอยปกป้องอาวุธร้ายเหล่านี้อย่างเข้มแข็ง

    นี่จึงเป็นการดวลกันระหว่างหน่วยปฏิบัติการพิเศษอย่างแท้จริง!!

    หลังจากการยิงสนับสนุนจากปืนใหญ่สิ้นสุดลง เหล่ากองกำลังพิเศษเฉพาะกิจก็เตรียมพร้อมที่จะบุกเข้าตีหมู่บ้านผลิตยาเสพติดที่ผู้ก่อการร้ายใช้เป็นที่ซ่อนอาวุธร้ายแรง

    ทันทีที่สัญญาณดังขึ้น เหล่าทหารกล้าก็เร่งรุดเข้าหาที่กำบังกายจากคมกระสุนของฝ่ายผู้ก่อการร้ายที่ระดมยิงอย่างหูดับตับไหม้ ก็ด้วยชัยภูมิของฝ่ายผู้ก่อการร้ายเป็นเนินเขาสูง มีมุมยิงที่ครอบคลุม เข้าตำราพิชัยสงครามของซุนวูปรมาจารย์การศึกตั้งแต่เมื่อกว่าห้าพันปีมาแล้ว

    อย่างไรก็ตาม ฝ่ายทหารก็มีจำนวนมากกว่าหลายเท่านัก ทำให้ศึกครั้งนี้ดุเดือดจนไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าฝ่ายใดจะเพลี่ยงพล้ำ

    กองกำลังฝ่ายทหารยังคงพยายามรุกคืบขึ้นหน้าอย่างยากลำบาก ยิ่งขึ้นไปยิ่งมีทหารล้มตายมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เพราะความด้อยกว่าทางด้านภูมิประเทศและกับระเบิดที่ฝ่ายตรงข้ามวางไว้

    ร่างของทหารที่ล้มตายไปนั้นถมทับกันเพียงเพื่อให้เพื่อนรุกขึ้นไปตายซ้ำเท่านั้น มันแทบไม่ต่างกับนรกของฝ่ายรุก การรุกทำได้เพียงค่อยๆ เขยิบไปทีละคืบ ทีละศอกเท่านั้น

    นอกจากกับระเบิดแล้ว ยังมีการยิงออกมาจากป่าที่ไม่สามารถทราบตำแหน่งที่มาของกระสุนได้ เพราะเนินเขาข้างหน้าปกคลุมไปด้วยต้นไม้หนาทึบ ยิ่งบุกยิ่งโดนยิง ฝ่ายทหารทำได้เพียงยิงสุ่มตอบโต้ออกไปเท่านั้น ซึ่งก็ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง

    เหตุการณ์เป็นไปแบบนี้ได้พักใหญ่ จนแนวปะทะด้านขวาเปิดออก เนื่องจากฝ่ายผู้ก่อการร้ายทางด้านนี้ต้านไม่อยู่ และโดนยิงตายไปหลายคนจึงถอยร่นเข้าป่าไป

    ฝ่ายทหารจึงได้โอกาสบุกขึ้นเข้าตีด้านข้าง ซึ่งเป็นจุดที่ได้เปรียบมาก

    หลังจากที่ด้านซ้ายแตกแล้ว ฝ่ายผู้ก่อการร้ายก็เสียกระบวนทัพและเริ่มแตกพ่าย ต้องถอยร่นเข้าป่าไป แต่ก็สายไปเสียแล้ว ด้วยจำนวนที่เหลือน้อยกว่า และส่วนใหญ่ก็แทบไม่มีกระสุนเหลือ ทำให้การตอบโต้เป็นไปอย่างเบาบาง

    ฝ่ายทหารสามารถตามไปจัดการได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
    หลังเสียงปืนสงบลงไม่นาน ฝ่ายทหารก็ตรวจพบอาวุธร้ายแรงทั้งสอง เมื่อยึดเอาไว้ได้สำเร็จภารกิจนี้จึงจบสิ้นลง

    ในที่สุด โลกก็ปลอดภัยจากสงครามการก่อการร้ายในครั้งนี้ไปได้ ด้วยความเสียสละของเหล่าทหารกล้าที่ยอมสละร่างเข้าถาโถมอย่างไม่เสียดายชีวิต เพื่อคงไว้ซึ่งเสรีภาพแห่งการใช้ชีวิตของเหล่าเสรีชน
    เราจะสดุดีพวกท่านตลอดไปและไม่มีวันลืม แต่การคุกคามของเหล่าทรชนก็จะยังคงมีอยู่ต่อไปเช่นกัน หากคุณคิดว่าคุณใช่ มาร่วมพิทักษ์โลกกับเรา

    กองกำลังปฏิบัติการพิเศษเฉพาะกิจรอคุณอยู่!!


*เรื่องเล่าจากหลังแนวตั้งรับ
7 ต.ค. 2550 หลังแนวตั้งรับ

    ……ฟ้าวววววว……… กรำามมมมม…… บรึ้มมมมมม…. ฟ้าวววววว……… กรึมมมมมมม…… บึ้มมมม… ปึ้มมม….. วี้ดดดดดด………กรำาามมมม……บึ้มมมม…… ตูมมมมมมมมม….ตึ๊มมมมม…….บึ้มมมมม……ครืนนนนนน………..

    เสียงกระสุนปืนใหญ่ประจำเรือที่ยิงถล่มเรามาอย่างต่อเนื่องสองวันติดๆ กันทำให้พวกเราไม่สามารถข่มตานอนได้เลย นั่นเป็นเสมือนลางบอกเหตุว่าจะมีการรุกขึ้นกวาดล้างของทหารฝ่ายต่อต้านการก่อการร้ายในไม่ช้านี้

    ผม..อดีตหน่วยปฏิบัติการพิเศษ KSK แห่งประเทศสหพันธรัฐเยอรมันที่ถูกให้ออกจากราชการ เพราะถูกศาลทหารตัดสินว่าเหยียดผิวและมีส่วนร่วมในการสังหารชาวฝรั่งเศสเชื้อสายไนจีเรียในอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นความผิดที่ผมไม่ได้ก่อขึ้นเลย ทำให้ต้องหนีระหกระเหินมาเป็นทหารรับจ้างให้กับผู้ก่อการร้ายที่จะทำให้ผมมีที่ซุกหัวนอนและมีอาหารเลี้ยงชีพต่อไป ซึ่งก็มีอดีตทหารที่มีอดีตอย่างผมอยู่มาก ผิดจริงบ้างไม่จริงบ้างปะปนคละอยู่กันไป

    แต่ครั้งนี้เราต้องมาต่อสู้ร่วมกันเพื่อเงินและรักษาชีวิตให้รอด ผมจะต้องรอดไปพิสูจน์ตัวเองให้ได้……

    เฮ้ยยย!!! ..พวกมันมากันแล้ว เสียงทหารรับจ้างชาวอเมริกันที่เป็นฝ่ายเดียวกับผมตะโกนขึ้นหลังการยิงถล่มยุติลง มองจากบนเขาที่ผมวางตัวอยู่ก็พบว่ามีกองกำลังนับร้อยนายพร้อมอาวุธครบมือ วิ่งผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่หลังแนวต้นไม้

    ห่างไปจากหมู่กระท่อมผลิตยาเสพติดที่ตอนนี้ว่างเปล่าไปแล้วไม่ไกล การวางกำลังตั้งรับของเราค่อนข้างแน่นหนา แต่ผมก็ยังกังวลอยู่ว่าฝ่ายเราเพียง 20 คนจะต้านทานทหารเป็นร้อยนายได้จริงหรือ?
    แต่ถึงอย่างไรก็ต้องสู้..

    ผมเริ่มวางตัวให้ต่ำลง เพื่อให้ต้นไม้ที่เสียบไว้กับหมวกช่วยพรางตัว และเริ่มยกเจ้า AKS-74U ที่ใส่กระบอกเก็บเสียงจนเงียบกริบให้พร้อมที่จะทำการลอบยิงฝ่ายตรงข้ามแบบไม่ให้รู้ตัวเมื่อเข้ามาในระยะและทางของปืนของผม

    จุดแดงจ่อตรงทางเดินขึ้นเขาอันเป็นทางแคบๆ เส้นหนึ่งในไม่กี่ทางที่จะขึ้นมาได้อย่างสะดวก นอกนั้นเป็นป่ารกบ้าง โขดหินบ้าง หวังว่าจะต้องมีคนผ่านมาทางนี้แน่ ๆ และไม่นานก็มีจริง ๆ

    เหยื่อรายแรกของผมเป็น PMC คนหนึ่งที่วิ่งขึ้นมาตรงๆ โดยไม่นึกเอะใจเลย

    ผมลั่นกระสุนเข้าที่หัวไปหนึ่งชุดสั้นๆ ทำให้ร่างของเขาล้มลงทันที ไม่นานก็มีการยิงสุ่มเข้ามายังจุดที่ผมซ่อนตัวอยู่

    ผมเปลี่ยนตำแหน่งทันทีเพื่อหลบการตรวจจับด้วยสายตามาที่โขดหินใหญ่ที่สามารถใช้กำบังตัวได้ มีต้นไม้หนาทึบพอที่จะพรางตัว โดยมีเป้าหมายที่หน้าต่างกระท่อม เพราะน่าจะต้องมีใครสักคนใช้กระท่อมนี้เป็นที่กำบังและยื่นหน้าโผล่ออกมาสังเกตการณ์แน่ๆ

    จริงดังคาด มีหัวโผล่ออกมาจริงๆ แต่เป็นการโผล่แบบระวังและพร้อมจะหดกลับไปได้ทันทีที่ได้ยินเสียงปืน

    ผมรอให้เขาคลายความระวังและคิดว่าปลอดภัยเสียก่อน จนเขาเริ่มชะโงกหันออกไปดูทางอื่น เป็นจังหวะที่ดีมากเกินกว่าจะยอมให้ผิดพลาด ...ผมจึงส่งกระสุนไปอีกชุด ร่างนั้นก็ล้มหายไป

    เมื่อไม่มีใครเห็น ผมก็เลยใช้ที่มั่นนี้เป็นจุดซุ่มโจมตีต่อไป
    ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเหยื่อที่พลาดท่าในลักษณะนี้ให้ผมปลิดชีพต่ออีกหลายคนเลยทีเดียว

    หลังจากยิงคนที่สิบเอ็ดไป ไม่นานก็มีคนตรวจพบตำแหน่งของผม ในขณะเดียวกันกองกำลังฝ่ายเราก็เริ่มเพลี่ยงพล้ำ ทางด้านขวาเริ่มถูกตีแตก ตามด้วยกำลังพลที่เริ่มล้มหายตายจากไปทีละคน

    ผมต้องถอยไปซ่อนตัวตั้งรับอยู่บริเวณป่าบนเขา เพื่อจะทำการรบแบบระยะประชิดหรือ CQB นั่นเอง

    หลังจากซุกตัวในพงไม้อยู่ไม่นานก็เห็นเงาเดินอย่างระวังตัวเข้ามา ผมจึงกระชับปืนแน่น และเล็งไปยังเป้าหมายซึ่งในระยะแค่นี้ก็ไม่ต้องเล็งยิงอย่างประณีตอะไรมาก

    หลังจากเหนี่ยวไกพ่นกระสุนไปยังเป้าหมาย เหยื่อของผมก็สะบัดร่างด้วยแรงปะทะล้มลง

    แต่ทันใด!!
    กระสุนพุ่งเข้าปะทะลำตัวและแขนซ้าย!!

    การต่อสู้ของผมจบลง ณ ที่แห่งนี้ ร่างผมล้มลงไปนอนกองกับพื้น ไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด ฟ้าค่อยๆ มืดลงจนดับสนิทไป

    มันเป็นความรู้สึกที่สงบอย่างบอกไม่ถูก เบาสบาย ไม่เหลือเรื่องอะไรให้ต้องกังวล ตัวผมล่องลอยไปตามอุโมงค์ที่มีแสงเรืองรองอยู่ไกลๆ ทันใดนั้นก็มีเสียงบางอย่างเรียกให้ผมตื่นขึ้น และ..

    "ตูม!"

    ผมพบตัวเองอยู่บนเตียงของรถพยาบาล

    เอ๊ะ! นี่เป็นนรกขุมไหน หรือว่าเรายังไม่ตาย?

    ไม่ช้าผมก็พบความจริงว่า ผมคือผู้เดียวที่รอดชีวิต และถูกจับกุม

    กระสุนที่สามารถเจาะผมได้มีเพียงที่เดียวคือที่แขน แต่กระสุนอีกนัดไปตุงอยู่ในเกราะที่ใส่มาด้วยทำให้ผมรอดชีวิตมาได้

    ผมถูกส่งตัวให้กับกองทัพเยอรมันตามเดิม ที่นี่เองผมพบว่าความผิดที่ผมไม่ได้ก่อขึ้นจนต้องหนีมานั้นถูกกระทำโดยพี่ชายฝาแฝดที่ผมไม่เคยรู้จัก เพราะถูกแยกจากกันไปตั้งแต่แบเบาะ

    เขาถูกรับอุปการะโดยเศรษฐีชาวอัฟกันที่ได้สูญเสียครอบครัวไปในสงครามกับพวกตาลีบัน

    แม้ความจริงที่กระจ่างจะทำให้ผมพ้นผิดในคดีแรก แต่ความผิดและบาปกรรมจากการคร่าชีวิตผู้คนในฐานะผู้ก่อการร้ายจะยังคงอยู่ในใจผมตลอดไป

    อภัยให้นักรบผู้หลงผิดอย่างผมด้วย...…

จบบริบูรณ์

    สนุกไหมครับท่านผู้อ่าน คล้ายๆ นิยายสงครามผสมหนังสงครามยุคเก่าๆ (รึเปล่า?)

    แต่สำหรับในความเป็นจริงแล้ว ตอนนั้นผมถูกหิ้วปีกออกมาครับ...

    สรุปสั้นๆ ได้ว่า "ผม..เป็นลม"

    ให้ตายเถอะแบ็ทแมน!!! เป็นมันได้ทุกงานสิน่า (~_~)

    ก็ต้องขอขอบคุณพี่จ่าสิบเอกหญิงนวลทิพย์ สาสะกุล เจ้าหน้าที่พยาบาลของกองพยาบาลโรงเรียนเตรียมทหารฯ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ที่ช่วยกรุณาพยาบาลผมเป็นอย่างดีตอนที่เป็นลมไป

    แต่ถ้าเขาหามผมไปนอนตรงหน้าน้องพริตตี้ผมจะหายเร็วกว่านี้นะ (เอ้าๆ พอเหอะ เดี๋ยวเกิดมีครั้งหน้าอีกมีหวังโดนพี่เขาจับฉีดยาชัวร์)

    หลังจากนอนพะงาบๆ อยู่ในรถพยาบาลจนอาการเริ่มดีขึ้นก็เดินมาเก็บของ และไปถ่ายรูปกันต่อที่บริเวณเรือหลวงท่าจีน

    ส่วนเกมที่สนามป่านั้นคงเหลือแต่เหล่านักเรียนฯ ที่เล่นยิงกันเอง ในขณะที่ฝ่ายผู้เล่นของเราต่างเหนื่อยล้าและเริ่มทยอยกลับกันบ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะไปรวมตัวกันเล่นบนเรืออีกรอบเสียมากกว่า

    พอมาถึงเรือ พี่บก.ก็บอกให้แต่งตัวและเตรียมตัวให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ที่มาถ่ายทำกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งก็มี..รายการสามัคคี 4 เหล่า, เลาะรั้วริมค่าย (Unseen Soldier) และไกด์ซ่าพาตะลุย

    คิวแรก เป็นของพี่โตแฟนพันธุ์แท้ F-16 จากนั้นก็เป็นคิวผม และคุณโยเฮ มิราอิ (ซึ่งเป็นคนในกองบก.ของเราทั้งสิ้น)

    เป็นการสัมภาษณ์ท่ามกลางการเล่นบนเรือที่ได้บรรยากาศมาก ๆ .......

    หลังจบการสัมภาษณ์และเกมบนเรือ พวกเราก็เก็บข้าวของเดินทางออกจากโรงเรียนเตรียมทหารฯ พร้อมกับรถทัวร์ส่งนักกีฬากลับ
    งานสนุกสุดมันส์นี้จบลงได้อย่างน่าประทับใจมากๆ เลยครับ

    ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ ผู้เล่นทุกท่านที่สมัครเข้ามาร่วมสนุกกัน สะใจดีจริงๆ รวมถึงผู้ติดตาม และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนเตรียมทหารฯ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี

"ข้าศึกตั้งรับ หลังแม่น้ำ บนผาสูง อิงเนิน หากกำลังน้อยหรือเท่ากันแล้ว ไม่พึงเข้าตี"
> พิชัยสงครามซุนวู


*ประมวลภาพแห่งความทรงจำ "แอ็กชั่นสุดระทึกบน รล.ท่าจีน"


สนามบีบีบนเรือรบ!!!
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการบีบีโลก





จุดกำบังแปลกใหม่อย่างหลังปล่องควันขนาดใหญ่นี้มีให้เห็นที่นี่ที่เดียว


แอ็กชั่นขณะรุกคืบพร้อมหลบกระสุนของทีมบุกแต่ละคนนี่ไม่ธรรมดาเลยนะจะบอกให้


แม้จะได้เปรียบเรื่องกำลังพลที่มีมากกว่า แต่สะพานเดินเรือสูงลิบก็เป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับทีมบุกที่อยู่ต่ำกว่าเช่นกัน



ทีมเวิร์กและความกล้า คือเครื่องมือสำคัญเวลาต้องเคลียร์ห้องมืดๆ แบบนี้


เติมลูกเติมแก๊สกันให้พร้อมก่อนลุย
อ้อ...งานนี้เขามีแก๊สให้เติมกันฟรีๆ ไว้บริการด้วยนะ

 
*ประมวลภาพมันส์ๆ กับบิ๊กเกมในปฏิบัติการ "แม้สูงเสียดฟ้า ข้าก็จะยึด"




ถ้างานนี้ไม่มันส์จริง นาย SPETSNAZ คนนี้ไม่ระเห็จไปสูดออกซิเจนบริสุทธิ์ในรถพยาบาลหรอกครับท่านผู้ชม!


สู้ตายค่ะ!!
แต่เอ...ทำไมพี่จ่าสิบเอกหญิงนวลทิพย์ถึงยังไม่กล้าปล่อยมือจากผมอีกล่ะนี่






ฝ่ายรุกก็สนุก


ฝ่ายรับก็ลุ้นระทึก


แม้จะมันส์จนไม่อยากเดินออก แต่ด้วยสปิริตอย่างนี้ BB จึงสมเป็นกีฬาลูกผู้ชายอย่างแท้จริง


สนามป่าขนาดใหญ่พร้อมเอฟเฟ็กต์อลังการ +ชาวบีบีกว่าร้อยคน = ทัวร์ที่สนุกที่สุดของปีนั้น


สุดยอดจริง ๆ ครับผม!



ภาพมุมกว้างของสมรภูมิสุดมันส์ทั้งสองแห่งกับทัวร์ที่น่าประทับใจจนยากจะลืมเลือน




สะดวกสบายทั้งรถทัวร์ไปกลับ และรถไฟที่ให้บริการภายในโรงเรียนฯตลอดทั้งวัน



สุดยอดเกมกีฬาที่ไม่ได้มีแต่(ลูก)ผู้ชาย













 
 
 
แสดงความคิดเห็น
  login | สมัครสมาชิก
ชื่อ:
 
ความคิดเห็น:
 
  กรุณา login ก่อนแสดงความคิดเห็น
กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
Gamegun ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
 
 
< มีนาคม - 2556 >
อา พฤ
24
25
26
27
28
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
1
2
3
4
5
6
เรื่องย้อนหลัง
“พี่ครับ...ถามหน่อยส...
มารยาทในการเลือกซื้อ...
ประวัติอาวุธ สงครามโ...
All About Guns
การดูแลรักษา HOP UP ...
Anti Rotation
คันชักลูกเลื่อน และ ...
G3 SAS
วิชาประวัติศาสตร์ ว...
ทำไมอิสราเอลถึงชอบตี...